รายละเอียดข่าวประชาสัมพันธ์

พิธีถวายราชสดุดี และถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
Created by pradmin on 25/11/2564 16:54:34


พิธีถวายราชสดุดี และถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


                                      
           นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีถวายราชสดุดี และถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประจำปี 2564 หรือวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย พร้อมด้วย นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางกนกวรรณ  วิลาวัลย์) 
นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายมณฑล  ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรืออากาศโท สมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ข้าราชการ และลูกเสือ เนตรนารี จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมพิธี ณ สนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ

       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณต่อกิจการด้านการศึกษา และเป็นผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย บุคลากรทางการศึกษา และบรรดาลูกเสือ เนตรนารี ตลอดจนบุคลากรทางการลูกเสือทุกหมู่เหล่า ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงพร้อมใจกันวางพวงมาลาเพื่อถวายราชสดุดี และร่วมปฏิบัติกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์โดยพร้อมเพรียงกันทั่วราชอาณาจักร อันเป็นประเพณีของลูกเสือที่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า
ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเล็งเห็นว่าประเทศชาติจะมีความมั่นคงได้นั้น จำต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ กำลังกองทัพที่มีคุณภาพ และความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงทรงตั้ง “กองเสือป่า” และนำเยาวชนมาฝึกอบรมตามหลักวิชาการทหาร เพื่อเป็นกำลังสำรองในการป้องกันประเทศ และทรงตั้งกองลูกเสือขึ้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ 2454 โดยมีพระราชประสงค์ให้นำกิจการลูกเสือไปเผยแพร่ตามโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อฝึกอบรมเด็กและเยาวชนของชาติให้เป็นพลเมืองดี เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ดั่งพระราชดำรัสที่ว่า “ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ ที่ข้าอยากได้นั้น คือ เยาวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์สุจริต มีอุปนิสัย ใจคอดี” ดังนั้น บรรดาลูกเสือในยุคต่อมา จึงมุ่งมั่นดำเนินงานตามแนวพระราโชบายจวบจนปัจจุบันเป็นเวลา 110 ปีแล้ว
จากพระราชปณิธานของผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย ที่ได้ทรงมุ่งหมายให้ทุกท่านประพฤติชอบด้วยกาย วาจา และใจ ตามกฎของลูกเสือทั้ง 10 ข้อ และคติพจน์ของลูกเสือความว่า “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์” ซึ่งเชื่อมั่นว่า หากทุกท่านประพฤติปฏิบัติได้ดังนี้แล้ว จะเกิดเป็นผลดี ต่อตนเอง สังคม ตลอดจนประเทศชาติต่อไป

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. / 25 พฤศจิกายน 2564

print
Sort by: